วัดนางพญา บน.4


โพสต์เมื่อ 13 ก.ค. 2020

ชื่ออื่น : วัดนางพญา

ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ต.หนองอ้อ อ.ศรีสัชนาลัย

ตำบล : หนองอ้อ

อำเภอ : ศรีสัชนาลัย

จังหวัด : สุโขทัย

พิกัด DD : 17.428775 N, 99.788419 E

เขตลุ่มน้ำหลัก : ยม

เส้นทางเข้าสู่แหล่ง

วัดนางพญาตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ภายในกำแพงเมือง สามารถเดินทางมายังอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้หลายวิธี ดังนี้

            1. รถโดยสารประจำทาง  โดยมีรถประจำทางของบริษัทสุโขทัยวินทัวร์จากกรุงเทพฯ (สถานีขนส่งหมอชิต)ทุกวัน

            2. รถไฟ เส้นทางกรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ ลงที่สถานีสวรรคโลก จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทาง

            3. เครื่องบิน มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ-สุโขทัย วันละ 2 เที่ยว

            4. รถส่วนตัว จากตัวเมืองสุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 101  เส้นสุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย ไปจนถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 17 - 19  เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแม่น้ำยม จะมีทางแยกขวาเข้าอุทยานฯ ไป ประมาณ 1.5  กิโลเมตร เป็นระยะทาง 68  กิโลเมตร หรือ  หรือ จากอำเภอสวรรคโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 1201 ไปจนถึงตำบลเมืองเก่า บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำยมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ อีก 2  กิโลเมตร รวมระยะทาง 22 กิโลเมตร

ประโยชน์ทางการท่องเที่ยว

เป็นแหล่งท่องเที่ยว

รายละเอียดทางการท่องเที่ยว

วัดนางพญาเป็นกลุ่มโบราณสถานที่อยู่ในเขตกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย มีลวดลายปูนปั้นประดับผนังวิหารที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นกลุ่มโบราณสถานเมืองโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์และมรดกโลกทางวัฒนธรรม 

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมื่อปี พ.ศ.2533 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เมื่อปี พ.ศ.2534 ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ในฐานะเมืองบริวารของสุโขทัย

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยี่ยมชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่าง ๆ ดังนี้

            - ศูนย์บริการข้อมูลที่เปิดให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและประวัติศาสตร์ของเมืองศรีสัชนาลัย เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถค้นคว้าข้อมูลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

            - เจ้าหน้าที่นำชมโบราณสถาน/วิทยากร ที่คอยแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ และพร้อมนำชมโบราณสถานในเขตอุทยานฯทุกวัน

            - แผ่นพับประชาสัมพันธ์และป้ายอธิบายโบราณสถานแต่ละแห่ง

            - เส้นทางท่องเที่ยวภายในอุทยานฯที่สะดวกสบาย เชื่อมโยงโบราณสถานแต่ละแห่ง

            - ป้ายบอกทางไปโบราณสถานเป็นระยะ

            - จักรยานและรถรางในพื้นที่ภายในกำแพงเมือง

อัตราค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 20 บาท/พื้นที่ และ 40 บาท (สำหรับบัตรรวม ที่สามารถเข้าชมภายในอุทยานฯ วัดชมชื่น และแหล่งอนุรักษ์เตาเผาสังคโลกหมายเลข 61 และ 42)

ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ 120-200 บาท/พื้นที่ และ 220 บาท (สำหรับบัตรรวม)

สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าชมได้ที่ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โทรศัพท์ 0 5595 0714


หน่วยงานที่ดูแลรักษา

กรมศิลปากร

การขึ้นทะเบียน

ขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร, ขึ้นทะเบียนของ UNESCO

รายละเอียดการขึ้นทะเบียน

ขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร

            1. กรมศิลปากร ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดนางพญา โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478 หน้า 3702 โดยในขณะนั้น ประกาศขึ้นทะเบียนเพียงแค่ชื่อเท่านั้น ไม่ได้กำหนดขอบเขตของโบราณสถานแต่อย่างใด

            2. กรมศิลปากร ประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 105 ตอนที่ 57 ลงวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2531 เนื้อที่ 28,217 ไร่ หรือ 45.14 ตารางกิโลเมตร มี โบราณสถาน 283 แห่ง ทั้งในและนอกกำแพงเมือง  โดยโบราณสถานวัดนางพญาเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

ขึ้นทะเบียนของ UNESCO

วันที่ 12 ธันวาคม 2534 ที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย เป็นมรดกโลกตามบัญชีลำดับที่ 574

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย พร้อมด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้รับเกียรติให้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อว่า "เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร" (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 9-13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ณ กรุงคาร์เทจ สาธารณรัฐตูนิเซีย

ภูมิประเทศ

ที่ราบ

สภาพทั่วไป

วัดนางพญาปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ใกล้กับกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยด้านทิศใต้ วัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ขนานไปกับแม่น้ำยม ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำยมมาทางทิศตะวันตกประมาณ 400 เมตร วัดนางพญาตั้งอยู่ใกล้กับกำแพงเมืองด้านทิศใต้ในแนวเดียวกันกับวัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว และวัดสวนแก้วอุทยาน 

ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

75 เมตร

ทางน้ำ

แม่น้ำยม

สภาพธรณีวิทยา

เมืองศรีสัชนาลัยตั้งอยู่บริเวณที่เรียกกันทั่วไปว่า แก่งหลวง ซึ่งก็คือ แก่งหินในแม่น้ำยมที่เกิดจากการไหลผ่านแนวภูเขาที่เป็นผนังหินควอร์ทซ์ วางตัวขวางแม่น้ำยม ของแม่น้ำยม (วันวิสาข์ ธรรมานนท์ 2543 : 31 อ้างถึง กรมพัฒนาที่ดิน 2511 และกรมชลประทาน 2543)

ลักษณะทางธรณีวิทยาบริเวณอำเภอศรีสัชนาลัย มีสภาพเป็นหินเชล (Shale) สี Olive หรือสี Grey จนถึงสี Dark Grey พบเป็นผืนใหญ่ตั้งแต่พื้นที่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีลักษณะ ของหินปูน (Limestone) สีจาง เนื้อละเอียดแทรกอยู่บริเวณตอนกลางของต้นน้ำห้วยแม่สานอีกด้วย

ลักษณะทางปฐพีวิทยานั้น เป็นดินที่เกิดอยู่กับที่ (Residual soil) เกือบทั้งสิ้น เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชัน จึงจัดหน่วยของดินนี้ไว้เป็นที่ลาดเชิงซ้อน (Slope complex)

สภาพพื้นที่ของอำเภอศรีสัชนาลัยค่อนข้างเรียบถึงสภาพพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยและสภาพพื้นที่เนินเขา พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเทจากด้านตะวันตกไปสู่ด้านตะวันออก ลักษณะของดินมีทั้งดินที่เกิดจากการสลายตัวของหินดินดานและดินที่เกิดจากตะกอนของลำน้ำ เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง

กลุ่มเทือกเขาทางด้านตะวันตกเป็นกลุ่มหินราชบุรี จัดอยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัสและเพอร์เมียน
กลุ่มเทือกเขาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ เป็นกลุ่มหินตะนาวศรี จัดอยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัส และ Silurian Devonian

ประวัติการศึกษา

ชื่อผู้ศึกษา : กรมศิลปากร

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2478

วิธีศึกษา : ประกาศขึ้นทะเบียน

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : กรมศิลปากร

ผลการศึกษา :

กรมศิลปากร ประกาศกำหนดจำนวนโบราณสถานระดับชาติ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 หน้า 3702 ในขณะนั้นเพียงแต่ประกาศแค่ชื่อเท่านั้น (ชื่อที่ใช้ในประกาศฯคือ วัดนางพระยา) แต่ยังไม่ได้กำหนดขอบเขตโบราณสถานแต่อย่างใด

ชื่อผู้ศึกษา : อภัย ปาณินท์

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2529

วิธีศึกษา : สำรวจ, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ประวัติศาสตร์

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : ม.ศิลปากร

ผลการศึกษา :

อภัย ปาณินท์ “วัดนางพญา ศรีสัชนาลัย” รายงานรายวิชาการอนุรักษ์อาคารทางประวัติศาสตร์และโบราณสถานในประเทศไทย สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2529.

ชื่อผู้ศึกษา : กรมศิลปากร

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2531

วิธีศึกษา : ประกาศขึ้นทะเบียน

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : กรมศิลปากร

ผลการศึกษา :

กรมศิลปากร ประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 105 ตอนที่ 57 ลงวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2531 เนื้อที่ 28,217 ไร่ หรือ 45.14 ตารางกิโลเมตร มี โบราณสถาน 283 แห่ง ทั้งในและนอกกำแพงเมือง โดยโบราณสถานวัดนางพญา เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

ชื่อผู้ศึกษา : ไกรสินธุ์ อุ่นใจจินต์

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2534

วิธีศึกษา : ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ศึกษาสถาปัตยกรรม

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ

ผลการศึกษา :

ไกรสินธุ์ อุ่นใจจินต์ ศึกษาการอนุรักษ์และการบำรุงรักษาโบราณสถานในจังหวัดสุโขทัย แผยแพร่เป็นบทความเรื่อง “ลักษณะ เจดีย์ทรงระฆัง 3 แบบ ที่ศรีสัชนาลัย = Three types of the bell-shaped chedis at Si Satchanalai.” ตีพิมพ์ในนิตยสาร เมืองโบราณ. ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 (เม.ย. - มิ.ย. 2534) : หน้า 54-62. โดยเจดีย์ประธานที่วัดนางพญาแห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในครั้งนี้

ชื่อผู้ศึกษา : ประยูร อุลุชาฎะ

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2538

วิธีศึกษา : บูรณปฏิสังขรณ์, ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ศึกษาสถาปัตยกรรม

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : สำนักพิมพ์สารคดี

ผลการศึกษา :

ประยูร อุลุชาฎะ ศึกษาลายปูนปั้นบนผนังด้านนอกพระวิหารหลวง วัดนางพญา อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย โดยตีพิมพ์เผยแพร่ใน นิตยสารสารคดี. ปีที่ 10 ฉบับที่ 119 (ม.ค. 2538) หน้า 71

ชื่อผู้ศึกษา : กฤช เหลือลมัย, ชูศักดิ์ เสถียรพัฒโนดม, กฤษฎา พิณศรี

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2539

วิธีศึกษา : ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ศึกษาสถาปัตยกรรม

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : สำนักพิมพ์เมืองโบราณ

ผลการศึกษา :

กฤช เหลือลมัย, ชูศักดิ์ เสถียรพัฒโนดม และ กฤษฎา พิณศรี. เผยแพร่ข้อมูล – ข้อคิดใหม่ : จีนในไทย ไทในจีน”ในนิตยสาร เมืองโบราณ. ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 (ม.ค.-มี.ค. 2539) : หน้า 143-160. โดยทำการศึกษาลายดอกกลมที่วัดนางพญา จังหวัดสุโขทัย

ชื่อผู้ศึกษา : ศิริศักดิ์ คุ้มรักษา

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2546

วิธีศึกษา : ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ศึกษาสถาปัตยกรรม, ประวัติศาสตร์

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : สำนักพิมพ์แปลน รีดเดอร์ส

ผลการศึกษา :

เป็นการรวบรวมข้อมูลโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยที่สำคัญ เพื่อเป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์และศิลปะของสกุลช่างสุโขทัย เป็นการนำเสนอโดยใช้ภาพวาดประกอบการอธิบายลักษณะทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมที่สวยงาม

ชื่อผู้ศึกษา : ม.ศิลปากร

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2549

วิธีศึกษา : สำรวจ

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : ม.ศิลปากร

ผลการศึกษา :

ภาควิชาศิลปะสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร จัดทำรายงานแบบสำรวจรังวัดโบราณสถานเมืองศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

ชื่อผู้ศึกษา : สันติ เล็กสุขุม

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2551

วิธีศึกษา : ประวัติศาสตร์ศิลปะ

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง

ผลการศึกษา :

ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม จัดทำรูปแบบสันนิษฐานของโบราณสถาน ของพื้นที่มรดกโลกสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และตีพิมพ์เผยแพร่

ชื่อผู้ศึกษา : นารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์

ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2553

วิธีศึกษา : ประวัติศาสตร์

องค์กรร่วม / แหล่งทุน : กรมศิลปากร

ผลการศึกษา :

กรมศิลปากรได้จัดทำหนังสือนำชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการดำเนินงานทางโบราณคดี ทั้งการสำรวจ การขุดค้นและการขุดแต่งที่ผ่านมาทั้งหมด ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าใจอดีตของแคว้นสุโขทัยได้มากยิ่งขึ้น โดยในหนังสือนำชมจะมีเนื้อหาของประวัติความเป็นมาของเมืองโบราณแต่ละแห่ง รวมทั้งรายละเอียดของโบราณสถานแต่ละแห่ง

ประเภทของแหล่งโบราณคดี

ศาสนสถาน

สาระสำคัญทางโบราณคดี

วัดนางพญาตั้งอยู่ภายในเมืองศรีสัชนาลัย ใกล้กับกำแพงเมืองด้านทิศใต้ ในแนวเดียวกันกับวัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว และวัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ (วัดช้างล้อมตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสุด ถัดมาเป็นวัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ และวัดนางพญาที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้สุด) วัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นโบราณสถานที่ปรากฏลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม  ภายในกลุ่มโบราณสถานประกอบด้วย

1.       เจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ที่ชั้นมาลัยเถาก่อซุ้มออกมาทั้ง 4 ทิศ โดยซุ้มทางด้านหน้าเป็นซุ้มประตูทางเข้าสู่ภายในโถงเจดีย์ซึ่งมีเจดีย์ขนาดเล็กตั้งยู่ ส่วนอีก 3 ซุ้ม เป็นซุ้มจระนำประดิษฐานประพุทธรูป

2.       วิหาร ก่อด้วยศิลาแลงขนาด 5 ห้อง กว้าง 16.40 เมตร ยาว 24 เมตร มีมุขทั้งทางด้านหน้าและหลัง ผนังวิหารเจาะช่องแสง ผนังด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ยังคงปรากฏลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม ลักษณะเด่นคือลวดลายปูนปั้นรูปกึ่งมนุษย์กึ่งวานรกำลังวิ่ง แต่ถูกทำลายไปบางส่วน นอกจากนั้นยังทำเป็นรูปลวดลายพรรณพฤกษา และรูปเทพพนมเป็นรูปแบบศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น 

3.       โบสถ์ ตั้งอยู่หลังเจดีย์ประธาน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อด้วยศิลาแลงกว้าง 11.90 เมตร ยาว 14 เมตร มีแท่นเสมาตั้งอยู่โดยรอบ 8 แท่น โดยภายในเมืองศรีสัชนาลัยปรากฏโบสถ์เพียง 2 วัดเท่านั้น คือวัดนางพญาและวัดเจดีย์เจ็ดแถว

4.       เจดีย์ราย จำนวน 2 องค์ อยู่ทางด้านซ้ายของเจดีย์ประธาน

5.       กำแพงวัด ก่อด้วยศิลาแลงกว้าง 58 เมตร ยาว 123 เมตร ล้อมรอบเจดีย์ประธาน วิหาร โบสถ์ มีประตูทั้งหมด 4 จุด สามารถเข้าออกได้ 3 ด้าน แต่อีกหนึ่งด้านเป็นประตูหลอก

นอกจากนี้วัดนางพญายังปรากฏอยู่ในหนังสือพระราชนิพนธ์  “เที่ยวเมืองพระร่วง” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และมีหลักฐานกล่าวถึงวัดนางพญาโดยเป็นบันทึกจดหมายระยะทางไปพิษณุโลก ของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพรานริศรานุวัติวงศ์เมื่อครั้งเสร็จไปเมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ.2444 โดยทรงเรียกว่า วัดสมเด็จเจ้าพระยา ทรงบันทึกไว้ว่า    “...เห็นวิหารด้านเดียว นอกนั้นรกเห็นว่ามีอะไรอีกไม่ได้ วิหารนั้นเป็นวิหารมีฝามุขหน้าโถงทำฝีมืออย่างวิจิตร เสาและฝาปั้นลายทั้งนั้น ฝาแบ่งเป็นช่องเป็นลูกปกน ในช่องลูกฟักปั้นลายก้านขดดอกไม้ กลางมีภาพลิงตัวหนึ่ง หน้าต่างทำเป็นอย่างหน้าต่างลูกกรง มีส่วนกว้างมากกว่าสูง ลายกรอบหน้าต่างปั้นเป็นลายลูกฟัก ก้ามปูดอกไม้ ลายลูกกรงปั้นเป็นรักร้อยดอกไม้ มีประจำยามอย่างอกเลา แต่ไม่เผล้เหลี่ยม เสาในประธานกลม อาจารย์เทียนว่ามีลายเหมือนกันแต่กะเทาะเสียหมดแล้ว เสานอกเหลี่ยม มุมเป็นรักร้อยดอกไม้ กลายเป็นลายรักร้อยใหญ่ ดูชอบกลอยู่ จึงได้ถ่ายมาลงไว้นี้ ลายนี้ดอกบัวใหญ่ ทำด้วยดินเผาแทรกปั้นด้วยปูน...”

ปัจจุบันลายกระเบื้องดินเผาเคลือบที่ประดับเสาได้สูญหายไปหมดสิ้น คงเหลือแต่ร่องรอยติดอยู่เท่านั้น

ผู้เรียบเรียงข้อมูล-ผู้ดูแลฐานข้อมูล

วาทินี ถนอมพลกรัง เรียบเรียงข้อมูล, ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล ดูแลฐานข้อมูล

บรรณานุกรม

กรมศิลปากร. ทำเนียบโบราณสถานศรีสัชนาลัย.กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2535.

กรมศิลปากร. “วัดนางพญา บน.4” ใน ระบบฐานข้อมูลแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรมและระบบภูมิสารสนเทศ โครงการสำรวจแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม. (ออนไลน์). เข้าถึงเมื่อ 1 มีนาคม 2558. แหล่งที่มา http://www.gis.finearts.go.th/fad50/fad/display_data.aspx?id=0004282.

กระทรวงวัฒนธรรม. เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร. ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก (The World Heritage Information Center) (ออนไลน์) เข้าถึงเมื่อ 1 มีนาคม 2558. แหล่งที่มา  http://www.thaiwhic.go.th/heritage_culture.aspx

กฤช เหลือลมัย, ชูศักดิ์ เสถียรพัฒโนดม, และ กฤษฎา พิณศรี. “ข้อมูลใหม่ – ข้อคิดใหม่ : จีนในไทย ไทใน     จีน” เมืองโบราณ. 21, 1 (ม.ค.-มี.ค. 2539) : 143-160.

ไกรสิน อุ่นใจจินต์. “เจดีย์ทรงระฆัง 3 แบบ ที่ศรีสัชนาลัย = Three types of the bell-shaped chedis     at Si Satchanalai.” เมืองโบราณ. 17, 2 (เม.ย.-มิ.ย. 2534) : 54-62.

นารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, 2553.

ประยูร อุลุชาฎะ. “ลายปูนปั้นบนผนังด้านนอกพระวิหารหลวง วัดนางพญา อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัด สุโขทัย สารคดี. 10, 119 (ม.ค. 2538) : 71.

ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรม. แบบสำรวจรังวัดโบราณสถานเมืองศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (ภาค 1). มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2549.

ศิริศักดิ์ คุ้มรักษา. เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย. กรุงเทพฯ : แปลน รีดเดอร์ส, 2546.

สันติ เล็กสุขุม. โบราณสถานกับรูปแบบสันนิษฐานมรดกโลกสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร.     กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, 2551.

อภัย ปาณินท์. “วัดนางพญา ศรีสัชนาลัย” รายงานรายวิชาการอนุรักษ์อาคารทางประวัติศาสตร์และโบราณสถานในประเทศไทย สาขาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2529.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง