โพสต์เมื่อ 13 ก.ค. 2020
ชื่ออื่น : วัดพรหมสี่หน้า, คันบังคับน้ำโบราณ
ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย
ตำบล : ศรีสัชนาลัย
อำเภอ : ศรีสัชนาลัย
จังหวัด : สุโขทัย
พิกัด DD : 17.424408 N, 99.780968 E
เขตลุ่มน้ำหลัก : ยม
จากอำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย มาตามทางสาย 101 ที่ไปสวรรคโลก ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร เส้นทางนี้จะตรงเข้าสู่อำเภอศรีสัชนาลัย
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยสามารถเดินทางเข้ามาได้หลายวิธี ดังนี้
1. รถโดยสารประจำทาง โดยมีรถประจำทางของบริษัทสุโขทัยวินทัวร์จากกรุงเทพฯ (สถานีขนส่งหมอชิต)ทุกวัน
2. รถไฟ เส้นทางกรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ ลงที่สถานีสวรรคโลก จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทาง
3. เครื่องบิน มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ-สุโขทัย วันละ 2 เที่ยว
4. รถส่วนตัว จากตัวเมืองสุโขทัย ใช้ทางหลวงหมายเลข 101 เส้นสุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย ไปจนถึงระหว่างกิโลเมตรที่ 17 - 19 เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานแม่น้ำยม จะมีทางแยกขวาเข้าอุทยานฯ ไป ประมาณ 1.5 กิโลเมตร เป็นระยะทาง 68 กิโลเมตร หรือ หรือ จากอำเภอสวรรคโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 1201 ไปจนถึงตำบลเมืองเก่า บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำยมแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ อีก 2 กิโลเมตร รวมระยะทาง 22 กิโลเมตร
วัดพรหมสี่หน้า และคันบังคับน้ำโบราณ เป็นโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานประวัติศาสตร์และมรดกโลกทางวัฒนธรรม อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. และมีรถรางให้บริการนำชมทั่วอุทยานฯ
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมื่อปี พ.ศ.2533 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เมื่อปี พ.ศ.2534 ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ในฐานะเมืองบริวารของสุโขทัย
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและผู้ที่มาเยี่ยมชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่าง ๆ ดังนี้
- ศูนย์บริการข้อมูลที่เปิดให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและประวัติศาสตร์ของเมืองศรีสัชนาลัย เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลที่ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถค้นคว้าข้อมูลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- เจ้าหน้าที่นำชมโบราณสถาน/วิทยากร ที่คอยแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวภายในอุทยานฯ และพร้อมนำชมโบราณสถานในเขตอุทยานฯทุกวัน
- แผ่นพับประชาสัมพันธ์และป้ายอธิบายโบราณสถานแต่ละแห่ง
- เส้นทางท่องเที่ยวภายในอุทยานฯที่สะดวกสบาย เชื่อมโยงโบราณสถานแต่ละแห่ง
- ป้ายบอกทางไปโบราณสถานเป็นระยะ
- จักรยานและรถรางในพื้นที่ภายในกำแพงเมือง
อัตราค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย 20 บาท/พื้นที่ และ 40 บาท (สำหรับบัตรรวม ที่สามารถเข้าชมภายในอุทยานฯ วัดชมชื่น และแหล่งอนุรักษ์เตาเผาสังคโลกหมายเลข 61 และ 42)
ค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ 120-200 บาท/พื้นที่ และ 220 บาท (สำหรับบัตรรวม)
สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าชมได้ที่ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โทรศัพท์ 0 5595 0714
กรมศิลปากร
ขึ้นทะเบียนของกรมศิลปากร
กรมศิลปากร ประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 105 ตอนที่ 57 ลงวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2531 เนื้อที่ 28,217 ไร่ หรือ 45.14 ตารางกิโลเมตร มี โบราณสถาน 283 แห่ง ทั้งในและนอกกำแพงเมือง โดยวัดพรหมสี่หน้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย
ขึ้นทะเบียนของ UNESCO
วันที่ 12 ธันวาคม 2534 ที่เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย เป็นมรดกโลกตามบัญชีลำดับที่ 574
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย พร้อมด้วย อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้รับเกียรติให้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ภายใต้ชื่อว่า “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 15 ระหว่างวันที่ 9-13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ณ กรุงคาร์เทจ สาธารณรัฐตูนิเซีย
วัดพรหมสี่หน้าเป็นโบราณสถานร้างอยู่นอกเมืองโบราณศรีสัชนาลัยฝั่งทิศตะวันตก โดยอยู่ห่างจากมุมคูเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 550 เมตร ห่างจากแม่น้ำยมไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ปัจจุบันสภาพพื้นที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรม ทำสวนและไร่
แม่น้ำยม
เมืองศรีสัชนาลัยตั้งอยู่บริเวณที่เรียกกันทั่วไปว่า แก่งหลวง ซึ่งก็คือ แก่งหินในแม่น้ำยมที่เกิดจากการไหลผ่านแนวภูเขาที่เป็นผนังหินควอร์ทซ์ วางตัวขวางแม่น้ำยม ของแม่น้ำยม
ลักษณะทางธรณีวิทยาบริเวณอำเภอศรีสัชนาลัย มีสภาพเป็นหินเชล (Shale) สี Olive หรือสี Grey จนถึงสี Dark Grey พบเป็นผืนใหญ่ตั้งแต่พื้นที่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีลักษณะ ของหินปูน (Limestone) สีจาง เนื้อละเอียดแทรกอยู่บริเวณตอนกลางของต้นน้ำห้วยแม่สานอีกด้วย
ลักษณะทางปฐพีวิทยานั้น เป็นดินที่เกิดอยู่กับที่ (Residual soil) เกือบทั้งสิ้น เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภูเขาที่มีความลาดชัน จึงจัดหน่วยของดินนี้ไว้เป็นที่ลาดเชิงซ้อน (Slope complex)
สภาพพื้นที่ของอำเภอศรีสัชนาลัยค่อนข้างเรียบถึงสภาพพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยและสภาพพื้นที่เนินเขา พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเทจากด้านตะวันตกไปสู่ด้านตะวันออก ลักษณะของดินมีทั้งดินที่เกิดจากการสลายตัวของหินดินดานและดินที่เกิดจากตะกอนของลำน้ำ เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูง
กลุ่มเทือกเขาทางด้านตะวันตกเป็นกลุ่มหินราชบุรี จัดอยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัสและเพอร์เมียน
กลุ่มเทือกเขาทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ เป็นกลุ่มหินตะนาวศรี จัดอยู่ในยุคคาร์บอนิฟอรัส และ Silurian Devonian
ชื่อผู้ศึกษา : กรมศิลปากร
ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2531
วิธีศึกษา : ประกาศขึ้นทะเบียน
ผลการศึกษา :
กรมศิลปากร ประกาศกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 105 ตอนที่ 57 ลงวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2531 เนื้อที่ 28,217 ไร่ หรือ 45.14 ตารางกิโลเมตร มี โบราณสถาน 283 แห่ง ทั้งในและนอกกำแพงเมือง โดยโบราณสถานวัดพรหมสี่หน้าและคันบังคับน้ำโบราณ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยชื่อผู้ศึกษา : ทรงยศ วีระทวีมาศ
ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2533
วิธีศึกษา : ประวัติศาสตร์ศิลปะ, ศึกษาสถาปัตยกรรม, ศึกษาเอกสาร/จารึก
องค์กรร่วม / แหล่งทุน : ม.ศิลปากร
ผลการศึกษา :
ภาควิชาศิลปะสถาปัตยกรรม. คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรดำเนินการสำรวจรูปแบบของมณฑปในเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งมณฑปแบบสุโขทัยได้รับอิทธิพลทางศิลปะและสถาปัตยกรรมจากลักกาและพม่าชื่อผู้ศึกษา : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร
ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2549
องค์กรร่วม / แหล่งทุน : ม.ศิลปากร
ผลการศึกษา :
ภาควิชาศิลปะสถาปัตยกรรม. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรเผยแพร่ รายงานแบบสำรวจรังวัดโบราณสถานเมืองศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ในปี พ.ศ. 2549ชื่อผู้ศึกษา : นารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์
ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2553
วิธีศึกษา : ประวัติศาสตร์, ศึกษาเอกสาร/จารึก
องค์กรร่วม / แหล่งทุน : กรมศิลปากร
ผลการศึกษา :
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร ภายใต้การควบคุมของกรมศิลปากรได้จัดทำหนังสือนำชมขึ้น เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่ผ่านมาทั้งหมดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าใจอดีตของแคว้นสุโขทัยและเมืองลูกหลวงคือเมืองศรีสัชนาลัยและเมืองกำแพงเพชร ซึ่งทั้งสามแห่งได้กลายเป็นเมืองมรดกโลกที่ได้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจากคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก และเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทยวัดพรหมสี่หน้าไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างในเอกสารและศิลาจารึก ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัยทางทิศตะวันตก ห่างจากคูเมืองด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้มาทางทิศตะวันตกประมาณ 550 เมตร อยู่ที่ราบใกล้กับคันดินกั้นน้ำสมัยสุโขทัย ห่างจากวัดสระปทุมไปทางทิศเหนือประมาณ 300 เมตร โบราณสถานที่ปรากฏทั้งหมดก่อด้วยศิลาแลง ฉาบปูน หันไปทางทิศตะวันออก ภายในวัดมีมณฑปประธานก่อด้วยศิลาแลง ส่วนหลังคาได้พังทลายลงมาหมดแล้ว มณฑปมีซุ้มคูหาพระพุทธรูปยืนทั้งสี่ด้าน พบชิ้นส่วนยอดเจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง จึงสันนิษฐานว่ามณฑปองค์นี้คงมีส่วนยอดเป็นเจดีย์ย่อมุมทรงกลีบมะเฟือง
ข้อมูลสังเขปของโบราณสถานภายในวัดพรหมสี่หน้ามีดังนี้
1) มณฑปประธาน ตัวมณฑปก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน ผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เหลือเพียงฐานสี่เหลี่ยม 1 ชั้น ฐานปัทม์เตี้ย 1 ชั้น ต่อจากนั้นเป็นชั้นเรือนธาตุ หลังคาคงเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องดินเผา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปยืนทั้ง 4 ด้าน ซุ้มคูหาด้านทิศตะวันออกพบจิตรกรรมฝาผนังเป็นสีเอกรงค์รูปบุคคลถือดาบ ยอดมณฑปพังทลาย แต่พบชิ้นส่วนอมรกะ และส่วนยอดเจดีย์ย่อมุมทรงกลีบมะเฟือง จึงสันนิษฐานว่ามณฑปองค์นี้คงจะมีส่วนยอดเป็นเจดีย์ย่อมุมทางกลีบมะเฟือง
2) วิหารอยู่ด้านหน้ามณฑป ก้อด้วยศิลาแลง ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตอนบนวิหารมีมูลดินทับถมสูง มีหลุมลักลอบขุดทำลายเป็นโพลงลึก พบเศษกระเบื้องดินเผามุงหลังคาอยู่ทั่วบริเวณ
3) เจดีย์ราย อยู่ด้านหลังมณฑปประธาน ก่อด้วยศิลาแลง ปรากฏหลักฐานการประดับซุ้มพระที่ฐานทั้ง 4 ด้าน
4) กำแพงวัด ใช้แท่งศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมปักเรียงชิดติดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อใช้เป็นกำแพงแสดงของเขตวัด
คันบังคับน้ำโบราณ อยู่ด้านหลังวัดพรหมสี่หน้า คันดินสูง 1-2 เมตร กว้างประมาณ 9 เมตร ยาวประมาณ 322 เมตร เริ่มตั้งแต่พื้นราบเขาใหญ่ ยาวมาทางใต้ผ่านด้านหลังวัดพรหมสี่หน้า หลังวัดสระปทุม แล้วหลักเลี้ยวไปทางตะวันออกเล็กน้อย เป็นคันบังคับน้ำในฤดูฝนไหลเอ่อทั่วโบราณสถานวัดพรหมสี่หน้า วัดราหู วันสระไข่น้ำ วัดสระปทุม วัดพญาดำ และวัดร้างอีก 5-6 วัด
กรมศิลปากร. ทำเนียบโบราณสถานศรีสัชนาลัย.กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2535.
กรมศิลปากร. “วัดพรหมสี่หน้า ตต.8.” ระบบฐานข้อมูลแหล่งมรดกศิลปวัฒนธรรมและระบบภูมิสารสนเทศ โครงการสำรวจแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรม. (ออนไลน์). เข้าถึงเมื่อ 1 มีนาคม 2558. แหล่งที่มา http://www.gis.finearts.go.th/gisweb/viewer.aspx
คณะอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดสุโขทัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2544.
โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. รายงานทางวิชาการเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำแผนแม่บทโครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. กรุงเทพฯ : กองโบราณคดี กรมศิลปากร, 2533.
ทรงยศ วีระทวีมาศ.“มณฑปแบบสุโขทัยในศรีสัชนาลัย” สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2533.
ธิดา สาระยา. นำเที่ยวศรีสัชชนาลัย. กรุงเทพฯ : สีดา, 2542.
ธิดา สาระยา. เมืองประวัติศาสตร์ : เมืองพิมาย เขาพระวิหาร เมืองอุบล เมืองศรีสัชชนาลัย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, 2538.
นารีรัตน์ ปรีชาพีชคุปต์. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร (Guide to Sukhothai Si Satchanalai and Kamphaeng Phet historical parks). กรุงเทพฯ : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, 2546.
ประโชติ สังขนุกิจ. นำชมโบราณวัตถุสถาน ในอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย. พระนคร : กรมศิลปากร, 2513.
ประโชติ สังขนุกิจ. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย (A guidebook to Si Satchanalai historical park). กรุงเทพฯ : กองโบราณคดี กรมศิลปากร, 2535.
ประโชติ สังขนุกิจ. นำชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. กรุงเทพฯ : กองโบราณคดี กรมศิลปากร, 2535.
ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม. รายงานแบบสำรวจรังวัดโบราณสถานเมืองศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนา ลัย จังหวัดสุโขทัย. กรุงเทพฯ : ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2549.
สด แดงเอียด. เมืองเชลียง เชียงชื่น ศรีสัชนาลัย สวรรคโลก. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, 2536.
สมัย สุทธิธรรม. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย. กรุงเทพฯ : บริษัท ต้นอ้อ 1999 จำกัด, 2546.
เอนก สีหามาตย์. มรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : กองโบราณคดี กรมศิลปากร, 2539.