โดย ทนงศักดิ์ เลิศพิพัฒน์วรกุล
“โบราณคดี” ในปี พ.ศ. 2568 หรือ ค.ศ. 2025 ที่ผ่านมา ยังคงอยู่ในยุคสมัยของการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับกระบวนการศึกษาทางโบราณคดี และมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทั้งช่วยเติมเต็มและพลิกโฉมความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์ในอดีต
ตั้งแต่การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI) ช่วยในการค้นหา ประมวล และวิเคราะห์หลักฐานทางโบราณคดี หรือการศึกษาดีเอ็นเอโบราณ (Ancient DNA - aDNA) ที่ในปี 2568 เริ่มมีการใช้เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า “Twigstats” ช่วยให้สามารถวัดความแตกต่างระหว่างกลุ่มคนที่มีความคล้ายคลึงทางพันธุกรรมได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมีการใช้เทคนิคนี้ศึกษาดีเอ็นเอเพื่อเปิดเผยเรื่องราวการอพยพของมนุษย์ข้ามทวีปยุโรปในช่วงสหัสวรรษแรกของคริสต์ศักราช (อ่านบทความเต็มที่ https://shorturl.at/9lvtd)
ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมในการสำรวจค้นหาแหล่งโบราณคดีผ่านการวิเคราะห์ภาพถ่ายระยะไกลร่วมกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และเทคนิคไลดาร์ (LiDAR) เพื่อระบุรูปแบบภูมิประเทศและโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นในอดีต แม้อยู่ใต้ชั้นดินหรือป่าไม้หนาทึบก็ยังคงดำนินไปอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี การขุดค้นทางโบราณคดีแบบดั้งเดิมก็ยังดำเนินอยู่ควบคู่ไปกับการสำรวจในพื้นที่ที่ขยายวงกว้างออกไป นำไปสู่การค้นพบหลักฐานใหม่จำนวนมาก ทั้งจากใต้ชั้นดิน ใต้ท้องน้ำ ตลอดจนหลักฐานที่เพิ่งเปิดเผยออกมาจากการละลายของน้ำแข็งและธารน้ำแข็ง รวมทั้งจากการกัดเซาะของชายฝั่งซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากภาวะโลกร้อน (อ่านบทความของ UNESCO ได้ที่ https://url-shortener.me/6380 และ https://url-shortener.me/637V)
นอกเหนือจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการค้นพบหลักฐานใหม่แล้ว กระแสการศึกษาทางโบราณคดีในช่วงปีที่ผ่านมา ยังให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นต่อประเด็นการอนุรักษ์และการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน เนื่องจากแหล่งโบราณคดีจำนวนมากกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการขยายตัวของเมือง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งทางการเมือง ตลอดจนการคุกคามจากการลักลอบขุดค้นและการค้าโบราณวัตถุผิดกฎหมาย
แน่นอนว่าสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นก็ปรากฏให้เห็นในประเทศไทยเช่นเดียวกัน
การสำรวจทางโบราณคดีในประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นในหลายพื้นที่ นำไปสู่การค้นพบหลักฐานใหม่อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การพบภาพสลักบนผนังหินแห่งใหม่ที่ถ้ำตากึง ถ้ำกา และผาปางเปือย ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูขัด อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก (https://shorturl.at/sdvdk) การค้นพบแหล่งศิลปะบนผนังหินยุคก่อนประวัติศาสตร์แห่งใหม่อีกหลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ที่หินช้างสี ในอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น (https://shorturl.at/hMaVD) หรือการค้นพบแหล่งโลหกรรมโบราณใหม่หลายแหล่งจากการสำรวจของสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่
โบราณคดีในตัวเมืองนครราชสีมาก็มีความคึกคักอย่างมากในปีที่ผ่านมา เนื่องจากสำนักโบราณคดีที่ 10 นครราชสีมา กรมศิลปากร ได้ขุดค้นพบแหล่งโบราณคดี “โนนพลล้าน” ต่อเนื่องจากปี 2567 พบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญมากมาย ทั้งหลุมฝังศพ โครงกระดุกมนุษย์ ภาชนะดินเผาแบบต่าง ๆ ร่องรอยของข้าว ทองคำ ฯลฯ และโดยเฉพาะหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นเป็นครั้งแรกได้ว่า บริเวณตัวเมืองนครราชสีมา ปรากฏการใช้พื้นที่ของคนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยสำริด หรือเมื่อประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว ต่อเนื่องมาถึงสมัยเหล็ก ซึ่งสิ้นสุดประมาณ 1,500 ปีมาแล้ว ก่อนที่จะเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ (เอกสารสรุปผลการศึกษาโนนพลล้าน โดยกรมศิลปากร https://shorturl.at/AgZip)
ขณะเดียวกัน ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็นำเสนอถึงการใช้เทคโนโลยีการสำรวจข้อมูลระยะไกล (Remote sensing) จนพบร่องรอยการเคยมีอยู่ของ “เมืองโบราณที่หายไป” คือ “เมืองเก่านครราชสีมา” ในสมัยก่อนที่จะมีการสร้างเมืองนครราชสีมาขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 2199 – พ.ศ. 2231) (ดูเพิ่มเติม https://www.chula.ac.th/news/219708/)
ส่วนการศึกษาข้อมูลทางพันธุศาสตร์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน ประวัติศาสตร์การอพยพ และความหลากหลายทางพันธุกรรมของกลุ่มประชากรที่พูดภาษาตระกูลต่าง ๆ ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เป็นต้นมา ก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง เช่น งานของ ศ.ดร.วิภู กุตะนันท์ (https://shorturl.at/ex1ak) งานของ รศ.ดร.จตุพล คำปวนสาย และคณะ (https://shorturl.at/hvV07) รวมทั้งงานของ Tianyi Wang และคณะ (https://shorturl.at/vgR6h) และงานของ Hui Zhou และคณะ (https://shorturl.at/RcWwF) เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ผู้เขียนได้พยายามรวบรวมและคัดสรรข่าวความเคลื่อนไหวทางโบราณคดีทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ที่ปรากฏผ่านสื่อในปี พ.ศ. 2568 จำนวน 10 ข่าว โดยมุ่งเน้นข่าวที่สะท้อนถึงการค้นพบใหม่อันสำคัญ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และประเด็นด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
อ่านทั้ง 10 ข่าวได้ที่ https://www.sac.or.th/portal/th/article/detail/828