โพสต์เมื่อ 13 ส.ค. 2026
ชื่ออื่น : วัดท้ายเสาะ, วัดคงคาวดี
ที่ตั้ง : เลขที่ 19 ม.8
ตำบล : เกาะยอ
อำเภอ : เมือง
จังหวัด : สงขลา
พิกัด DD : 7.155148 N, 100.532383 E
เขตลุ่มน้ำหลัก : ทะเลสาบสงขลา, ทะเลอ่าวไทย
วัดท้ายยอตั้งอยู่บนเกาะยอ จ.สงขลา หากมาจากจังหวัดสงขลา ใช้ทางหลวงหมายเลข 408 (ถ.กาญจนวนิช) มุ่งหน้าเกาะยอ เมื่อข้ามสะพานติณสูลานนท์ (ช่วงที่ 1) ลงมายังเกาะยอแล้ว ตรงไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร พบสามแยก ให้เลี้ยวซ้ายใช้ถนนทางหลวง สข.3068 ไปตามทางประมาณ 2.1 กิโลเมตร จะพบสามแยกที่เชื่อมกับถนนทางหลวง สข.3069 ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางอีกประมาณ 500 เมตร จะพบวัดท้ายยอ
พระเจดีย์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน, อุโบสถ โดยปกติแล้วจะไม่เปิด หากต้องการชมภายในจำเป็นต้องติดต่อทางวัด, กุฏิเจ้าอาวาส ปัจจุบันเป็นที่จำวัดของพระสงฆ์ ควรติดต่อทางวัดก่อนหากต้องการเข้าชมภายใน โดยสามารถติดต่อวัดท้ายยอได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 074893354
วัดท้ายยอ, กรมศิลปากร
ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอนพิเศษ 81ง หน้า 6 วันที่ 15 กันยายน 2540 พื้นที่โบราณสถานประมาณ 5 ไร่ 87 ตารางวา
วัดท้ายยอเป็นวัดที่มีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะยอ สภาพพื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขาและติดทะเล โดยด้านทิศใต้ของวัดเป็นเนินเขา ชื่อเขาพิหาร ส่วนด้านทิศเหนือติดทะเลสาบสงขลา
ทะเลสาบสงขลา
พื้นที่ทับถมจากตะกอนชายฝั่งทะเลโดยอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง (กรมทรัพยากรธรณี, 2550)
ชื่อผู้ศึกษา : กรมศิลปากร
ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2538
วิธีศึกษา : บูรณปฏิสังขรณ์, ทำผัง
ผลการศึกษา :
หน่วยศิลปากรที่ 9 สงขลา บูรณะและจัดทำแบบเจดีย์วัดท้ายยอชื่อผู้ศึกษา : กรมศิลปากร
ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2539
ผลการศึกษา :
สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 10 สงขลา สำรวจ รวบรวมข้อมูลโบราณสถานและสภาพโบราณสถาน รังวัดพื้นที่โบราณสถาน และถ่ายสภาพโบราณสถาน พร้อมจัดทำผังบริเวณและแนวเขตโบราณสถาน ระหว่างเดือนมิถุนายน - ตุลาคม 2539ชื่อผู้ศึกษา : กรมศิลปากร
ปีที่ศึกษา : พ.ศ.2544, พ.ศ.2545
วิธีศึกษา : บูรณปฏิสังขรณ์, ปรับปรุงภูมิทัศน์
ผลการศึกษา :
บูรณะซ่อมแซมเจดีย์ พร้อมทั้งปรับปรุงภูมิทัศน์รอบองค์เจดีย์ ระหว่าง พ.ศ.2544-2545วัดท้ายยอ เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีพื้นที่วัด 10 ไร่ 1 งาน 18.4 ตารางวา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะยอ เชื่อว่าคงมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อ “วัดคงคาวดี” ต่อมาในปี พ.ศ. 2427 วัดแห่งนี้ปรากฏอยู่ในพระนิพนธ์เรื่อง “ชีวิวัฒน์เที่ยวที่ต่าง ๆ ภาคที่ 7” ในพระสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงเรียกชื่อวัดแห่งนี้ว่า “วัดท้ายเสาะ” (สมเด็จฯ, 2510: 51) ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดท้ายยอ” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2440 (กรมการศาสนา, 2527: 49) สิ่งสำคัญภายในวัดประกอบไปด้วย
1. อุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแผนผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างประมาณ 9 เมตร ยาวประมาณ 12 เมตร หันหน้าไปทางทิศตะวันออก อุโบสถมีฐานเตี้ย ผนังทึบ เจาะช่องประตู-หน้าต่างไม้ และช่องลม โดยช่องประตูอยู่ทางด้านข้าง (ด้านทิศเหนือ-ใต้) ของส่วนหน้าอาคาร บริเวณตอนล่างของฐานกรุด้วยเซรามิกลายดอกสี่กลีบ หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเป็นหลังคาชั้นเดียวต่อด้วยปีกนก ใบเสมาตั้งอยู่บนฐานปัทม์มน 2 ชั้นเตี้ย ๆ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วก่ออิฐถือปูนมีความกว้างประมาณ 11 เมตร และยาวประมาณ 18 เมตร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประธานประทับนั่งปางมารวิชัย มีจารึกที่ฐานด้วยอักษรจีนและอักษรไทยว่า “อุบาสิกากิมแก้ว สร้างไว้เมื่อ ศก.๑๒๓” (ตรงกับปี พ.ศ.2447)
2. พระเจดีย์บนยอดเขา ตั้งอยู่บนยอดเขาพิหาร ซึ่งสันนิษฐานว่าเดิมคงเป็นที่ตั้งของอุโบสถ ต่อมาในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 25 อุโบสถมีสภาพชำรุดทรุดโทรม จึงรื้ออุโบสถลงแล้วก่อสร้างพระเจดีย์ครอบทับ “หลวงพ่อดำ” พระประธานของอุโบสถ (หลังเก่า) ลักษณะเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน ทรงลังกา ตอนล่างเป็นฐานสี่เหลี่ยมขนาดกว้างประมาณ 9 เมตร ยาวประมาณ 11 เมตร มีลานประทักษิณ ระเบียงลูกกรงกรุด้วยเซรามิกสีเขียวลายดอกสี่กลีบโปร่ง มีการตกแต่งด้วยลายปูนปั้นประดับอันเป็นฝีมือช่างท้องถิ่นภาคใต้ และมีทางเข้าสู่คูหาที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทางด้านทิศตะวันออก
3. กุฏิเจ้าอาวาส เป็นกลุ่มเรือนไทยโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี (แต่ตามประวัติที่เล่าขานในวัด ระบุว่าสร้างราว พ.ศ. 2350) ลักษณะเป็นเรือนไทยพุทธภาคใต้ ประกอบด้วยเรือน 3 หลัง มีชานเรือนเชื่อมต่อกัน มีความยาวโดยรวมประมาณ 21 เมตร ใต้ถุนสูง หลังคาจั่ว ตัวเรือนสร้างด้วยไม้ที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ไม้เคี่ยม ไม้หลุมพอ ไม้ทัง หลังคามุงกระเบื้องดินเผาเกาะยอ พื้นชานเรือนและบันไดทางขึ้นบางส่วนปูด้วยกระเบื้องปูพื้นแบบเกาะยอ ที่มีลวดลายในเนื้อคล้ายลายน้ำไหล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของเกาะยอในอดีต
นอกจากนั้นยังมีหอระฆังโบราณ บ่อน้ำโบราณ สระน้ำโบราณ พระประธานในอุโบสถ พระประธานในศาลาการเปรียญ ซึ่งเรียกว่า “พระหยก” ทำจากศิลาขาว เป็นพระปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 24 นิ้ว สูง 35 นิ้ว
กรมการศาสนา. (2527). ประวัติทั่วราชอาณาจักร เล่ม 3. กรุงเทพฯ: กรมการศาสนา.
กรมทรัพยากรธรณี. (2550). แผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดสงขลา. (ออนไลน์). เข้าถึงเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569. เข้าถึงจาก https://kb.psu.ac.th/bitstreams/1760d75a-efb4-4d63-92e0-90894cda32a5/download
ภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์. (2561). 247 โบราณสถานภาคใต้ที่ขึ้นทะเบียนแล้วและข้อมูลหลักฐานใหม่ทางโบราณคดี. นครศรีธรรมราช: สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช.
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช. (2510). ชีวิวัฒน์ เที่ยวที่ต่าง ๆ ภาคที่ 7. พระนคร: โรงพิมพ์คุรุสภา.